กรุงมาดริด Madrid | | | | ปราสาทอัลกาซาร์ (คำว่าอัลกาซาร์) | | | เมืองโตเลโด (Toledo) | | มหาวิหารแห่งโตเลโด (Toledo Cathedral) | | ซาลามังกา (Salamanca) | กาเซเรส (Cáceres) | ซาราโกซ่า Zaragoza









กรุงมาดริด Madrid

Table of Contents

อาลัมบรา Alhambra คือพระราชวัง และป้อมปราการ ตั้งอยู่ที่เมือง กรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์ แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษา
อาลัมบรา Alhambra คือพระราชวัง และป้อมปราการ ตั้งอยู่ที่เมือง กรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์ แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษาอาหรับว่า "อัลคัมรอ" แปลว่า "(สิ่งที่มี) สีแดง" เนื่องจากตัวป้อมปราการนั้นก่อสร้างด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง ส่วนอาคารอื่น ๆ ซึ่งสร้างด้วย การใช้ปูนขาวเป็นส่วนประกอบก็จะเห็นเป็นสีออกแดง ๆ เช่นกัน พระราชวัง ท้องพระโรง และป้อมปราการ บนเนินเขาแห่งนี้ครอบคลุม พื้นที่ ราว 81.25 ไร่
เมืองโตเลโด (Toledo) จุดหมายปลายทางที่เราต่างตั้งหน้าตั้งตารอกันอย่างใจจดใจจ่อ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน ห่างจากกรุงมาดริดไปทางทิศใต้ประมาณ 70 กิโลเมตรตอนนี้เราเดินทางออกจากรุงมาดริดมาประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็เริ่มมองเห็นปลายยอดแหลมของอาคารอันโดดเด่นประจำเมืองอย่าง ป้อมอัลกาซาร์ ก็สร้างความฮือฮาได้ก่อนจะถึงตัวเมืองเสียอีก
305px-MontajeMadrid.png


กรุงมาดริด เป็นเมืองหลวงของสเปน ตั้งอยู่ในใจกลางของคาบสมุทรไอบีเรีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมทั้งเป็นเมืองศูนย์กลางของศิลปะ และทั้งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ชาวเมืองมาดริด ต่างมีชีวิตที่มีสีสันและที่ไม่หยุดนิ่ง มีบรรดาร้านกาแฟตามข้างถนนต่าง ๆ เรียงรายอยู่เต็มข้างทาง ทำให้ดูเหมือนเมืองนี้ ไม่มีวันหลับ อีกทั้งโรงละครและโรงภาพยนตร์ ก็มีรอบฉายกันอย่างครึกครื้น ตามแบบอย่างจากอเมริกา
กรุงมาดริด เป็นเมืองที่ค่อนข้างทันสมัย มีพิพิธภัณฑ์หลากหลายแห่ง ให้เลือกเข้าชม รวมทั้งสวนสาธารณะ และสวนต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมี สนามสู้วัว จุผู้คน 23,000 คน และสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ ที่จุผู้ชมได้ถึง 125,000 ที่นั่ง
มาดริด (Madrid) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน มีประชากรอาศัยในตัวเมืองประมาณ 3.2 ล้านคน(ตัวเลขเมื่อปี 2005) และประชากรในเขตเมืองทั้งหมดประมาณ 6 ล้านคน (ตัวเลขเมื่อปี 2006) มาดริดยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมาดริดด้วย



บาร์เซโลนาBarcelona.jpg





บาร์เซโลนา (อังกฤษ: Barcelona)เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน ทั้งในด้านขนาดและประชากร ตั้งอยู่บนชายฝั่งของแหลมไอบีเรีย ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีประชากรในตัวเมือง 1.5 ล้านคน แต่ถ้านับปริมณฑลโดยรอบอาจมากกว่า 4 ล้านคน ใช้ภาษาทางการ 2 ภาษา คือ ภาษาคาตาลัน (Catalan) และภาษาสเปน
(Castilian Spanish)
บาร์เซโลนาเป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมาก่อน เคยถูกยึดครองโดยชาติต่าง ๆ หลายครั้ง รวมทั้งฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2183 บาร์เซโลนาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยามราตรีที่รื่นเริงสนุกสนาน บาร์เซโลนามีสถาปัตยกรรมเก่าแก่
ที่สำคัญมากมาย อาคารแบบอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ที่ดูแปลกประหลาดออกแบบโดยสถาปนิกชาวสเปนชื่ออันโตเนียว เกาดี (Antonio Gaudi) นับเป็นจุดดึงดูดด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ
เมื่อปี พ.ศ. 2535 บาร์เซโลนาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 22 และเมื่อ พ.ศ. 2431 เคยเป็นที่จัดงานแสดงสินค้าโลก (World's Fair)บาร์เซโลนามีสโมสรกีฬาที่สำคัญคือ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา

ปาลาซิโอ เรอัล
 เรอัล.jpg

ปาลาซิโอ เรอัลพระราชวังหลวงเก่าของมาดริด ที่พระเจ้าเฟลิเป้ที่ 5 แห่ง ราชวงศ์บูร์บง สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1735 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 25 ปี ภายในวังตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ทั่วทั้งวังประดับประดาไปด้วยงานศิลปะล้ำค่ามากมาย


ปลาซ่า มายอร์ (PLAZA MAYOR) มายอร์ (PLAZA MAYOR).jpg

ปลาซ่า มายอร์ (PLAZA MAYOR)จัตุรัสหินซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ในกรุงมาดริด ในอดีตเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีราชาภิเษก และสนามสู้วัวกระทิง ปัจจุบันนี้ยังเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อยู่ รอบๆ บริเวณจะมีร้านกาแฟตั้งอยู่มากมาย สามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัย

สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ฟุตบอลเรอัลมาดริด.jpg


สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนานเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวมาดริด ถ้าเป็นคนรักการแข่งขันฟุตบอล ย่อมไม่มีใครที่ไม่รู้จักสโมสรฟุตบอลแห่งนี้

วังเอล เอสโกเรียล
.jpg


วังเอล เอสโกเรียล ซึ่งเป็นวังหลวงที่พระเจ้าเฟลิปเป้ที่ 2 สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1563 และเสร็จในปี 1584 รวมระยะเวลาการสร้างนานถึง 21 ปี มีขนาดใหญ่โตและเป็นศิลปะการนำเอาวัด วัง และโบสถ์ผสมผสานประยุกต์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว วังนี้มีประตูถึง 1,200 บาน และหน้าต่าง 2,673 บาน สิ่งที่น่าสนใจในวังนี้คือห้องสมุด ซึ่งว่ากันว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองจากห้องสมุดของวาติกัน และเป็นแหล่งสะสมงานเขียนในภาษาอาหรับมากที่สุดในโลก

ปราสาทอัลกาซาร์ (คำว่าอัลกาซาร์)


.jpg

ปราสาทอัลกาซาร์ (คำว่าอัลกาซาร์) ในภาษาอาระบิคแปลว่าปราสาท หลายคนเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทแห่งเทพนิยาย เพราะความสวยสง่างามที่มองเห็นได้จากภายนอก ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูงชันที่ที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 แล้วได้รับการต่อเติมในศตวรรษที่ 15 และ 16 มีลักษณะเหมาะแก่การตั้งรับข้าศึกในอดีต เพราะมีทั้งช่องใบเสมาขนาดใหญ่ ใช้สำหรับติดตั้งอาวุธยิงได้ และมีช่องสำหรับเทน้ำเดือดเพื่อทำลายกองทัพข้าศึกที่เข้าประชิดกำแพงเมือง ภายในปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงของมีค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งหลาย ห้องใต้หลังคาเป็นที่แสดงแสนยานุภาพของอาวุธในสมัยกลาง รวมถึงเครื่องมืเครื่องใช้ในอดีต และในปี ค.ศ. 1975 ยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เซโกเบียเป็นมรดกโลกทางศิลปะวัฒนธรรม



มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์
 ฟามิเลียร์.jpg


มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์สัญลักษณ์ของเมืองอันโด่งดัง สร้างขึ้นในปี 1882 ในแบบนีโอ โกธิค โดยมีฟรานเชส บิลาร์เป็นผู้ควบคุมงานสร้าง ในปี 1891 อันโตนี่ เกาดี้ รับช่วงต่อแทนและออกแบบงานชิ้นใหญ่ที่มีความสูงถึง 150 เมตร จนเกาดี้เสียชีวิตในปี 1926 จนบัดนี้งานชิ้นนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ

สนามกีฬาคัมป์ นู
 นู.jpg

สนามกีฬาคัมป์ นู สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีความจุมากกว่า 90,000 ที่นั่ง มีฉายาว่า ชามอ่างยักษ์ เป็นสนามเหย้าของ ทีมฟุตบอลสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นทีมที่มีเกียรติประวัติต่างๆ มากมาย และเป็นความภาคภูมิใจของชาวคาตาลุนญ่า สนามแห่งนี้เป็นสปอร์ตคอม เพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่มีทีมกีฬาในสังกัดสโมสรบาร์เซโลน่าอยู่หลายขนิด แต่ ที่โด่งดังที่สุดคือทีมฟุตบอลบาร์เซโลน่า

อาลัมบรา Alhambra
5308120801.jpg

อาลัมบรา Alhambra คือพระราชวัง และป้อมปราการ ตั้งอยู่ที่เมือง กรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์ แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษา

อาลัมบรา Alhambra คือพระราชวัง และป้อมปราการ ตั้งอยู่ที่เมือง กรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์ แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษาอาหรับว่า "อัลคัมรอ" แปลว่า "(สิ่งที่มี) สีแดง" เนื่องจากตัวป้อมปราการนั้นก่อสร้างด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง ส่วนอาคารอื่น ๆ ซึ่งสร้างด้วย การใช้ปูนขาวเป็นส่วนประกอบก็จะเห็นเป็นสีออกแดง ๆ เช่นกัน พระราชวัง ท้องพระโรง และป้อมปราการ บนเนินเขาแห่งนี้ครอบคลุม พื้นที่ ราว 81.25 ไร่


หอจดหมายเหตุอินดีส
.jpg

หอจดหมายเหตุอินดีส(สเปน: Archivo General de Indias)เป็นสถานที่เก็บเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจักรวรรดิสเปนในทวีปอเมริกาและหมู่เกาะฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ที่เมืองเซบียาประเทศสเปนหอจดหมายเหตุอินดีสได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปีพ.ศ.2530

เมืองโตเลโด (Toledo)



.jpg


เมืองโตเลโด (Toledo) จุดหมายปลายทางที่เราต่างตั้งหน้าตั้งตารอกันอย่างใจจดใจจ่อ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน ห่างจากกรุงมาดริดไปทางทิศใต้ประมาณ 70 กิโลเมตรตอนนี้เราเดินทางออกจากรุงมาดริดมาประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็เริ่มมองเห็นปลายยอดแหลมของอาคารอันโดดเด่นประจำเมืองอย่าง ป้อมอัลกาซาร์ ก็สร้างความฮือฮาได้ก่อนจะถึงตัวเมืองเสียอีก

มหาวิหารแห่งโตเลโด (Toledo Cathedral)


.jpg


มหาวิหารแห่งโตเลโด (Toledo Cathedral)ภายในวิหารก็มีความวิจิตรงดงามไม่แพ้ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรมฝาผนังและที่อยู่บนเพดาน ซึ่งกว่าจะชมครบทุกส่วนคุณอาจต้องคอเคล็ดไปหลายวันเลยทีเดียว





Santa Cruz Museum

Santa Cruz Museum.jpg


Santa Cruz Museum โดยภายในจะมีการเก็บรักษาศิลปวัตถุยุคกลาง และเรอเนสซองส์ และประวัติศาสตร์อื่นๆอีกมากมาย และสุดท้ายแวะมาชมความงดงามของ ประตู Cambrón ประตูที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น


ซาลามังกา (Salamanca)

.jpg

ซาลามังกา (Salamanca) เป็นเมืองหลักของจังหวัดซาลามังกาในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส ซึ่งมีสะพานข้ามแห่งหนึ่งสูง 150 เมตร สร้างบนส่วนโค้ง (arch) 26 ชิ้นส่วน โดย 15 ชิ้นส่วนนั้นสร้างขึ้นในสมัยโรมัน ส่วนที่เหลือสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบัน (ค.ศ. 2005) ซาลามังกามีประชากร 160,331 คน


กาเซเรส (Cáceres)

page.jpg


กาเซเรส (Cáceres) ซาลามังกา (Salamanca) เป็นเมืองหลักของจังหวัดกาเซเรสในแคว้นเอกซ์เตรมาดูรา ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน เขตเทศบาลของเมืองมีเนื้อที่ 1,750.33 ตารางกิโลเมตร (675.806 ตารางไมล์) ซึ่งเป็นขอบเขตทางภูมิศาสตร์ (เมือง) ที่ใหญ่ที่สุดในสเปน
เขตเมืองเก่าหรือ "ซิวดัดโมนูเมนตัล" (Ciudad Monumental) ยังคงมีกำแพงโบราณล้อมรอบอยู่โดยยังคงลักษณะที่ได้สร้างไว้ในยุคกลางอย่างสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยของความเป็นปัจจุบันให้เห็น มหาวิทยาลัยเอกซ์เตรมาดูราและหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ 2 แห่งก็ตั้งอยู่ในเมืองนี้ นอกจากนี้กาเซเรสยังเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลคาทอลิกโกเรีย-กาเซเรส (Coria-Cáceres)

แม่น้ำสีแดง (Rio Tinto).jpg


แม่น้ำสีแดง (Rio Tinto) ที่ประเทศสเปนบริเวณพื้นที่ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ Tinto มีการทำเหมืองทองแดง เงิน ทอง และแร่ธาตุอื่นๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ (ราว 5 พันปีก่อน) ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำดังกล่าวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีแดงก็เนื่องมาจากก้อนหินที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ประกอบ ด้วยธาตุเหล็กในปริมาณเข้มข้นนั่นเองเหมืองในแถบนี้ถูกปิดมานานนับ 10 ปี แต่เนื่องจากทองแดงมีราคาสูงขึ้น เจ้าของเหมืองจึงมีแผนเปิดเหมืองทองแดงอีกครั้งในปีหน้า


ซาราโกซ่า Zaragoza

111.jpg

ซาราโกซ่า (Zaragoza; Saragossa)เป็นเมืองหลักของแคว้นและของ (อดีต) ราชอาณาจักรอารากอน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเอโบรและแควสาขาอวยร์บาและกาเยโก ในหุบเขาตอนกลางของแคว้นซึ่งมีภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทราย ("โลสโมเนโกรส") ป่าหนาทึบ ทุ่งหญ้า ไป



pb.gif714758am2msax7vp.gifpn.gif